เด็กไทยเป็นออทิสติกเพิ่มขึ้น เฉพาะรพ.ยุวประสาทไวทโยปถัมภ์แห่งเดียว พบปีละ 300 คน ขณะที่เด็กมีสมาธิสั้น และอ่าน-เขียนหนังสือไม่ได้ เพิ่มสูงขึ้น...
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เด็กและวัยรุ่นทั่วโลกประมาณ 1 ใน 5 มีปัญหาด้านสุขภาพจิต โดยในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ประมาณ 13 15 % จากสาเหตุที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สารเสพติด ซึ่งถือเป็นปัญหาสุขภาพจิตอย่างหนึ่ง สำหรับประเทศไทย เด็กและวัยรุ่นมีปัญหาทางด้านจิตใจราว 10 % เช่นกัน ทั้งนี้ในการตรวจสภาพจิตใจ จะให้ทำแบบประเมินสุขภาพจิต ซึ่งเป็นแบบทดสอบทางจิตวิทยา ร่วมกับการตรวจร่างกายส่วนอื่น ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลและวินิจฉัย ว่า เด็กมีปัญหาด้านสุขภาพจิตหรือไม่
นพ.ดุสิต ลิขนะพิชิตกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ กล่าวว่า การวินิจฉัยวัยรุ่น ว่ามีปัญหาสุขภาพจิตหรือไม่ ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากธรรมชาติของวัยรุ่น จะมีอารมณ์แปรปรวนและค่อนข้างรุนแรงอยู่แล้ว องค์การอนามัยโลกหรือฮู (WTO) จึงกำหนดให้วินิจฉัยเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาสุขภาพจิต ด้วยการดูการแสดงออกทางพฤติกรรม หากมีพฤติกรรมรบกวนผู้อื่นหรือตนเอง จนไม่สามารถทำหน้าที่ของตนได้ สำหรับวัยรุ่นไทยส่วนใหญ่ จะมีปัญหาสุขภาพจิตในส่วนของการซึมเศร้า วิตกกังวล จนไม่ทำหน้าที่ตนเอง คือ การไม่ไปโรงเรียนและไม่เรียนหนังสือ
"สาเหตุสำคัญเนื่องจากการเผชิญเหตุการณ์ในชีวิต แล้วคิดมากและปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่น การมีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด อกหัก หรือคิดว่าพ่อแม่ไม่รักเป็นต้น ภาวะเช่นนี้อาจนำสู่การมีพฤติกรรมก้าวร้าว โดยเด็กก้าวร้าว 30 % จะมีภาวะซึมเศร้า ส่วนวัยรุ่นที่มีปัญหาสุขภาพจิต จนเข้าข่ายป่วยโรคจิตเภทหรือเป็นบ้านั้น มีน้อยมากไม่ถึง 0.1 % ในภาพรวมถือว่าไม่น่ากังวล"
นพ.ดุสิต กล่าวด้วยว่า ในวัยเด็กปัญหาสุขภาพจิตที่น่าห่วงอย่างยิ่ง นอกเหนือจากโรคออทิสติกที่มีผู้ป่วยรายใหม่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ปีละไม่น้อยกว่า 200 -300 คน คือ ปัญหาสมาธิสั้นและอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ หรือโรคแอลดี ( Learning Disabilities) ที่จะเกิดขึ้นควบคู่กัน ปัจจุบันพบประมาณ 10 คน จาก 100 คน และอาจะมีแนวโน้มสูงขึ้น และยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคที่แน่ชัด การช่วยเหลือทำได้ด้วยการตรวจหาให้เจอเร็วที่สุด หรือตั้งแต่ยังมีอาการน้อย โดยหากลูกมีอาการสมาธิสั้น จดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ไม่ต่อเนื่อง ซุกซนเกินกว่าเด็กในวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด และหุนหันพลันแล่น ใจร้อนคอยไม่เป็น พ่อแม่ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา ซึ่งจะต้องใช้ยาหรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือทั้งสองวิธีควบคู่กัน หากไม่ทำการรักษาจะส่งผลให้มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์







ยอดเด็กออทิสติกพุ่ง ปีเดียว 300 ราย